Inspiration : Annie Leibovitz

Annie-Leibovitz-Self-Portrait-296x400

วันนี้ผมจะมาเล่าประวัติศิลปินคนหนึ่งที่มีอิทธิพลต่อผลงานภาพของผมมากๆ เขาคนนั้นก็คือ Annie Leibovitz หนึ่งในช่างภาพ portrait ชื่อดังของอเมริกานั่นเองครับ

Annie-Leibovitz-Self-Portrait-296x400

(ขอบคุณภาพจาก: bwvision)

Annie (เกิด พ.ศ. 2492)   เคยศึกษาด้านจิตรกรรมอยู่ที่ San Francisco Art Institute ในช่วงเวลานั้นได้มีการประท้วงโดยเหล่านักเรียนเพื่อต่อต้านการบุกรุกประเทศกัมพูชาในปี 2513 เธอจึงถือโอกาสถ่ายรูปผู้คน แล้วนำไปเสนอให้กับนิตยสาร Rolling Stone หนึ่งในรูปของเธอถูกนำไปใช้เป็นหน้าปกฉบับพิเศษ และนี่ก็เป็นจุดเริ่มต้นอาชีพช่างภาพของเธอ

ในช่วงแรกๆ เธอเห็นตัวเองเป็นช่างภาพวารสารศาสตร์ ไม่ใช่นักถ่าย portrait เลนส์กล้องอันโปรดของเธอคือ 35mm และ 55mm   เพราะว่ามันเรียบง่ายและไม่ได้ก้าวก่ายมากเกิน     เธอเห็นว่าการมีตัวเลือกเลนส์จำนวนน้อยๆ  เป็นการฝึกฝนที่ดี เพราะมันจะบังคับให้เธอใส่ใจโครงสร้างและองค์ประกอบของภาพมากขึ้น เธอเรียนรู้ว่าจริงๆ แล้วสกิล ‘การมอง’ นั้นสำคัญกว่าอุปกรณ์ใดๆ

Jean-Pierre-Laffont-Aug-9-74

วันทำงานสุดท้ายของ นิกสัน ประธานาธิบดีอเมริกา ในปี 2517  Annie ถ่ายภาพนี้ในขณะที่ช่างภาพคนอื่นๆวางกล้องลงกันหมดแล้ว
ความใจเย็นของเธอทำให้เธอได้ผลงานชิ้นนี้มาแด่เพียงผู้เดียว

(ขอบคุณภาพจาก: readingthepictures)

“มีอะไรหลายอย่างมากมายเกิดขึ้นตรงหน้าเรา นั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้การถ่ายรูปลี้ลับและน่าตื่นเต้น เราแค่ต้องเลือกว่าจะกดชัตเตอร์เมื่อไหร่ และจะหันกล้องไปทิศทางใด” – Annie Leibovitz

Annie ได้เริ่มงานถ่ายแฟชั่นครั้งแรกเมื่อปี 2520 เธอได้รับคำแนะนำจาก  Bea Feitler ผู้กำกับศิลป์ของนิตยสาร Harper’s Bazaar ว่า: “จะถ่ายภาพยังไงก็ได้แล้วแต่เธอ แต่ต้องเห็นเสื้อแฟชั่นตลอดเวลา” คำพูดนั้นอยู่ติดกับเธอทุกครั้งที่ถ่ายแนวนี้

ช่วงถัดมาเป็นช่วงที่เธอเริ่มจะพัฒนาสไตล์ของตัวเองขึ้นมาอีก แทนที่จะถ่าย portrait ธรรมดาๆ สำหรับหน้าปกนิตยสารเธอกลับลองใช้สีฉูดฉาดสะดุดตา ให้นายและนางแบบทำท่าทางแหวกแนวขึ้น และเล่นกับแสงด้วยวิธีใหม่ๆ เช่น  การเปิดชัตเตอร์หน้ากล้องให้นานขึ้นเพื่อเพิ่มแสงสภาพแวดล้อมให้กับฉากหลัง ผสมกับการลดแสงที่ส่องนายแบบหรือนางแบบ (long exposure ambient strobe portraiture) สไตล์ใหม่ของ Annie ทำให้เธอได้รับโปรเจคจากทางนิตยสาร Vanity Fair ในปี 2526 อย่างไรก็ตาม เธอกลับไม่ได้รับความสนใจจากบรรณาธิการมากนัก Ruth Ansel ผู้กำกับศิลป์ของนิตยสารจึงแนะนำให้เธอลองถ่ายภาพแนวโฆษณาดู

leibovitz_gallery_midler

รูปหน้าปก Bette Midler ในนิตยสาร Rolling Stone ในปี 2522  สไตล์ใหม่ของ Annie นั้นเด่นชัดมาก

ในภาพนี้ ทั้งเรื่องของการเลือกสีและท่าโพส

(ขอบคุณภาพจาก: pbs.org)

พอถึงปี 2533 เธอได้ค้นพบว่าเธอมีความสุขที่สุดเวลาได้ถ่ายภาพแนวรายงานข่าวเหมือนช่วงสมัยแรกๆ เพราะเธอชื่นชอบการออกไปเดินเล่นหาเรื่องราวกับกล้องตัวโปรด ช่างภาพในแรงบันดาลใจของเธอคือ Richard Avedon, Robert Frank และ Henri Cartier-Bresson     3 ศิลปินที่ชอบถ่ายแนวรายงานข่าวส่วนตัว (personal reportage) โดยการขับรถไปสถานที่ต่างๆเพื่อค้นหาเรื่องราวถ่ายรูป การที่เธอเติบโตมาในยุคของสงครามเวียดนามทำให้เธอกล้าที่จะเข้าใกล้ผู้คน Annie กล่าวไว้ว่า ถึงแม้เธอจะประทับใจภาพถ่ายที่โดนจัดเตรียมองค์ประกอบมาอย่างเรียบร้อย เธอกลับอยากจะถ่ายอะไรที่เกิดขึ้นเองมากกว่า นอกจากนั้น Annie ยังชื่นชอบความเรียบง่าย ไม่เน้นใช้อุปกรณ์จนมากเกินไป

“จริงอยู่ที่ศิลปะการถ่ายรูปนั้นขึ้นอยู่กับฝีมือการใช้กล้องของเรา แต่ก็ไม่ได้แปลว่าการที่เราไม่รู้อะไรนั้นแย่เสมอไป เพราะมันแปลว่าเราได้เรียนรู้และพัฒนาต่อไปอีก” – Annie Leibovitz

ถึงแม้ว่า Annie จะทำงานได้หลากหลายแบบ ทั้งแนวแฟชั่น ภูทิทัศน์ แนว portrait คนธรรมดา หรือคนโด่งดัง  เช่น แองเจลีนา โจลี, ลีโอนาร์โด ดิแคพรีโอ, บารัก โอบามา, สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2  ฯลฯ เธอกลับเห็นว่างานส่วนตัวของเธอนั้นสำคัญที่สุด เพราะเธอจะได้มีโอกาสถ่ายภาพที่คุ้นเคย เช่นครอบครัวและเพื่อนๆของเธอ Annie ย้ำว่าเราควรจะถ่ายรูปสิ่งที่มีความหมายสำหรับเรา เพราะนั่นคือความสุขที่แท้จริง

queen-elizabeth-birthday-90-annie-leibovitz-summer-2016-vf-06-1024x766

หนึ่งในชุดภาพถ่ายสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2

( ขอบคุณภาพจาก : ynaija)

สิ่งที่ทำให้ผมชื่นชอบ Annie Leibovitz มาก  คือการที่เธอสามารถถ่ายทอดนิสัยของผู้คนออกมาได้อย่างชัดเจน นอกจากนั้นแล้วเธอยังมีความสามารถในการถ่ายภาพในช่วงเวลาสำคัญ ช่วงเวลาที่คนอื่นๆ  ไม่ทันได้สังเกตหรือใส่ใจพื้นฐานด้านถ่ายรูปแนวรายงานข่าวตั้งแต่สมัยเด็กมีผลต่ออาชีพของเธอมายาวนาน

ท้ายนี้แล้ว ผมชอบการที่เธอกล้าที่จะลองถ่ายแบบแนวและสไตล์ใหม่ๆ ลองเล่นกับการจัดแสง เพิ่มสีสันให้ภาพ และทดลองกับท่าทางต่างๆของนายและนางแบบ ผมชอบการที่เธอไม่เกรงกลัวความล้มเหลว… เพราะเธอไม่ได้มองมันเป็นสิ่งที่แย่ กลับกัน ความผิดพลาดนั้นเป็นโอกาสที่เธอจะได้พัฒนาฝีมือเธอต่อไปอีก

จบแล้วครับกับประวัติศิลปินโปรดคนแรกของผม ครั้งหน้าผมจะมาเล่าเรื่องราวช่างภาพอีกคนที่ผมชื่นชอบให้อ่านกัน จะเป็นใครนั้น รอติดตามได้เร็วๆนี้นะครับ แล้วสำหรับใครที่อยากจะฟังสัมภาษณ์ที่ Annie พูดถึงเรื่องวิธีการจัดแสงนั้น ก็ไปฟังกันได้เลยครับที่ World of Photography

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

  • หนังสือ A Photographer’s Life – Annie Leibovitz
  • หนังสือ  Annie Leibovitz At Work – Annie Leibovitz
  • vanityfair.com
  • biography.com

Comments